รายการเครื่องบวชพระ ชุดเครื่องบวช





        "ศูนย์จำหน่ายเครื่องบวชใหญ่ที่สุด มีสินค้าให้ท่านเลือกมากมาย มาที่เดียวได้ครบทุกอย่าง สถานที่จอดรถสะดวกสบาย สินค้าจัดเป็นหมวดหมู่ ติดป้ายราคาชัดเจน"



รายการเครื่องบวชพระ



ลำดับที่

รายการสินค้า

จำนวน
1

ไตรเต็มโทเร 1.90 เมตร

1 ไตร
2

ไตรอาศัย

1 ไตร
3

ไตรอุปัชฌาย์

1 ไตร
4

ไตรคู่สวด

2 ไตร
5

บาตรดำธรรมดา

1 ใบ
6

ตาลปัตร

1 ด้าม
7

ย่าม

1 ใบ
8

สัปทน

1 คัน
9

ที่นอน

1 ไตร
10

เสื่อ

1 ผืน
11

มุ้ง

1 หลัง
12

หมอน

1 ใบ
13

ผ้าห่ม

1 ผืน
14

ผ้าเช็ดตัว

1 ผืน
15

ร่ม

1 คัน
16

ปิ่นโต

1 เถา
17

รองเท้า

1 คู่
18

กาต้มน้ำ

1 ใบ
19

กระโถน

1 ใบ
20

กานวม - ถ้วยชา

1 ชุด
21

จานข้าวช้อนส้อม

1 ชุด
22

ชุดนาค

1 ชุด
23

เสื้อนาค

1 ชุด
24

เทียนแพ

1 ชุด
25

ต้นเทียน

3 ต้น
26

กรวย

3 อัน
27

พานแว่นฟ้า

3 อัน
28

ครอบไตร

 
29

อาสนะ

1 ผืน
30

ชุดไทยธรรม

 
31

เหรียญโปรยทาน

 
32

ขมิ้นผง

 



รายการสินค้า

เครื่องบวช

ไตรจีวร/สีทอง
......................................
ไตรจีวร/สีกรักดำ
......................................
ไตรจีวร/สีราชนิยม
......................................
ไตรจีวร/สีกรักกลาง
......................................
ไตรอาศัย/สีราชนิยม
......................................
ไตรอาศัย/สีแก่นบวร
......................................
ไตรอาศัย/สีกรักดำ
......................................
ผ้าเช็ดตัว
......................................

บาตรดำ

......................................

บาตรสแตนเลส

......................................

บาตรสแตนเลส

......................................

ตาลปัตร

......................................


ตาลปัตร

......................................

ย่ามพระ

......................................

สัปทน

......................................

ที่นอน

......................................


เสื่อ

......................................

มุ้ง

......................................

หมอน

......................................

หมอน

......................................


ผ้าแพรห่มนอน

......................................

ผ้าเช็ดตัว

......................................

ผ้าเช็ดตัว

......................................

ร่มพระ

......................................


ปิ่นโตเคลือบ

......................................

ปิ่นโตพลาสติก

......................................

ปิ่นโตสแตนเลส

......................................

รองเท้าพระหนังแท้

......................................


กาต้มน้ำ

......................................

กะโถน

......................................

กานวม - ถ้วยชา

......................................

จานข้าวช้อนส้อม

......................................


ชุดนาค + รัดประคด

......................................

เสื้อนาค

......................................

เทียนแพโบว์ทอง

......................................

พานต้นเทียน

......................................


ต้นเทียนโถข้าว

......................................

พานต้นเทียน

......................................

พานต้นเทียน

......................................

พานต้นเทียน

......................................


กรวยอุปัชฌาย์จีบหม้อ

......................................

ต้นเทียนโถข้าว

......................................

ต้นเทียนกระติกน้ำ

......................................

ต้นเทียนกระติกน้ำ

......................................


ต้นเทียนกระติกน้ำ

......................................

ต้นเทียนหม้อไฟ

......................................

กรวยอุปัชฌาย์

......................................

กรวยอุปัชฌาย์

......................................


กรวยอุปัชฌาย์กลีบผกา

......................................

กรวยอุปัชฌาย์

ดอกข่า ผ้าย้อม

......................................

กรวยอุปัชฌาย์

......................................

พานแว่นฟ้า

......................................


พานแว่นฟ้า

......................................

พานแว่นฟ้า

......................................

พานแว่นฟ้ามุก

......................................

ครอบไตร

......................................


ครอบไตรดอกลิลลี่

......................................

ครอบไตรดอกลิลลี่

......................................

ครอบไตรดอกลิลลี่

......................................

ครอบไตรดอกกุหลาบ

......................................


อาสนะผ้าหลุยส์

......................................

อาสนะผ้าหลุยส์

......................................

อาสนะผ้าหลุยส์

......................................

อาสนะผ้าหลุยส์

......................................


ชุดอาสนะผ้าหลุยส์
......................................
ชุดสะพานสร้างบุญ
......................................
ชุดสังฆทานบาตร
......................................
ชุดคูลเลอร์เบอร์ #32
......................................
ชุดประจำวันเกิด
......................................
ชุดหลอดไฟ
......................................
ชุดสังฆทานถัง
......................................
ชุดหม้อเบอร์ 50
......................................
ชุดกรรมฐานสร้างบุญ
......................................
ชุดพานโตกพลาสติก
......................................
ชุดถาดสแตนเลส #40
......................................
ชุดถาดพลาสติก
......................................


เหรียญโปรยทาน

......................................




ขั้นตอนการบวชพระทำเช่นใด



ขั้นตอนการบวชพระทำเช่นใด



         ก่อนที่เราจะไปเรียนรู้ในเรื่องของขั้นตอนการบวชพระ จะขอกล่าวถึงพิธีการบวชพระที่ใช้ในปัจจุบัน ซึ่งมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน คือ แบบอุกาสะ และแบบเอสาหัง โดยคำว่า "อุกาสะ" แปลว่า ขอโอกาส ส่วนคำว่า "เอสาหัง" แปลว่า ข้าพเจ้านั้น ในประเทศไทยการออกบวชพระแบบอุ กาสะนั้น จะใช้กันในคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ซึ่งเป็นแบบเดิมที่ใช้ กันมาแต่ดึกดำบรรพ์กาล ส่วนการบวชพระแบบเอสาหัง จะใช้ใน คณะสงฆ์ธรรมยุตินิกาย โดยการปรับใช้มาจากแบบอุ กาสะเพื่อย่อขั้นตอนให้เหี้ยนขึ้น มีใช้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 พระบาลสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยยึดครรลองมา จากพระสงฆ์ประเทศพม่า

         ขั้นตอนการบวชพระ ในที่นี้จึงจะขอกล่าวถึงเท่านั้นพิธีการบวชพระแบบอุกาสะเท่านั้น เนื่องจากเป็นการบวชแบบ เดิมที่มีมาแต่โบราณ แม้ว่าการบวชในประเทศไทยจะมี 2 แบบ แต่ก็เกาะหลักการบวชตาม พุทธบัญญัติทุกประการ ต่าง กันเพียงข้อปลีกย่อยบางข้อเท่านั้น ขั้นตอนการบวชพระแบบอุกาสะ มีดังนี้

พิธีโกนผมนาคในงานบวชพระ
พิธีโกนผมนาค ก่อนทำการบวชพระ

         1. โกนผมนาค เปิดฉากโดยพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ หรือผู้ที่มาร่วมบุญงานบวชพระในครั้งนี้ ทำการขลิบผมให้นาค เป็นปฐมฤกษ์ จากนั้นพระสงฆ์จะทำการโกนผมให้นาค ตามจารีตประเพณีการบวชพระที่ปฏิบัติ โดยทั่วกันนั้น ผมนาคที่ โกนแล้วจะห่อด้วยใบบัวแล้วนำไปลอยที่แควหรือวางไว้ใต้ร่มโพธิ์ โดยเชื่อว่าจะทำให้ปรากฏความร่มเย็นเป็นสุข ใน การปลงผมนั้นจะปลงที่อาคารบ้านเรือนหรือที่วัดก็ได้แล้วแต่ความสะดวก แต่โดยทั่วไปนิยมปลงผมที่วัดมากกว่า เนื่องจากญาติหรือแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานจะได้มีโอกาสร่วมพิธีตัดผมนาค อีกทั้งยังเป็นการประหยัดเวลาของเจ้าภาพ และผู้มาเยือนที่มาร่วมงานอีกด้วย เพราะเมื่อปลงผม เสร็จจะได้ทำพิธีรีตองเวียนประทักษิณรอบสีมา และเข้าอุโบสถ ประกอบพิธีอุปสมบทต่อไป

การแต่งตัวของผู้ที่จะเข้าพิธีบวชพระ
ประเพณีการบวชพระ นาคแต่งชุดขาวสง่างาม

         2. แต่งตัวนาค การแต่งตัวนาคนั้นจำต้องแต่งด้วยชุดขาวทั้งหมด ซึ่งจะบ่งบอกถึงความใสสะอาดบริสุทธิ์ ทั้งกาย วาจา ใจ ของผู้ที่จะบวช การแต่งตัวนาค ไม่ควรมีเครื่องประดับประดาหนาแน่นจนเกินไป โดยขอ แนะนำเครื่องแต่ง ตัวนาคตามประเพณีนิยมดังนี้ 1. เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว 2. สบงขาว 3. อังสะขาว 4. เข็มขัด หรือสายรัดสำหรับรัดสบง ในส่วนเข็มขัดนี้ ใช้สำหรับรัดสบงขาว ซึ่งส่วนใหญ่จะแบบใช้เข็มขัด นาค ในกรณีที่ไม่มีเข็มขัดนาคจะใช้เข็มขัด อย่างอื่นหรือสายรัดแทนก็ได้ ไม่ใช่ข้อกำหนดตายตัว แต่การใช้เข็มขัดนาคเป็นการปฏิบัติตามประเพณีการบวชพระที่ การกำหนด เพื่อให้สอดคล้องกับคำว่า "นาค" ซึ่ง เป็นชื่อเรียกผู้ที่จะบวชในพระพุทธศาสนาเท่านั้น 5. เสื้อคลุมนาค 6. สร้อยคอ หากมีสร้อยคอจะสวมให้นาคก็ได้ หรือไม่สวมก็ได้ แต่ไม่ควรคล้องพวงมาลัยให้นาค เพราะจากนาคจะกลาย เป็นนักร้องแทน

         3. การเดินประทักษิณเวียนขวารอบสีมา การเวียนประทักษิณในทางพระพุทธศาสนา คือ การทำงานที่สุจริตถูกต้อง ชอบธรรมทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ การหมุนไปทางขวา คือการหมุนไปสู่คุณความดี ทั้งทางกาย วาจา และใจ ตรงกันข้ามกับการหมุนไปด้านซ้ายเป็นการหมุนทวนความดี คือ การกระทำที่เป็นทุจริตทางกาย วา และใจ การทำประ ทักษิณเวียนขวารอบสีมาก่อนเข้าอุโบสถของผู้ที่จะบวชพระนี้ นอกจากจะเป็นการแสดงความเคารพนับถือตาม ธรรมเนียมโบราณแล้ว ยังเป็นอุบายที่คนโบราณสอนให้รู้ว่า สิ่งที่จะทำต่อไปนี้เป็นการกระทำที่สุจริตถูกต้องชอบธรรม ทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ

ทำประทักษิณก่ิอนเริ่มพิธีบวชพระ
การเวียนประทักษิณรอบอุโบสถ

         นอกจากนั้นการทำประทักษิณก่อนเข้าสู่พิธีอุปสมบท ยังเป็นช่วงเวลาให้นาคได้มีโอกาสทำสมาธิ(Meditation)รวบ รวมจิตใจไม่ให้ตื่นเต้นจนเกินเหตุ ญาติของนาคจึงไม่ควรส่งเสียงหรือโห่ร้อง ร้องรำทำ เพลง ประโคมดนตรีอันจะเป็น การรบกวนสมาธิของนาค อีกทั้งไม่ต้องให้นาคขี่คอ ขึ้นคานหาม หรือแบกหามซึ่งจะดูไม่เรียบร้อย หากพลัดตกลงมา อาจเป็นพิษภัยจนถึงชีวิตทำให้นาคไม่ได้บวช จึงควรให้ นาคเดินตามปกติ โดยให้นาคประณมมือ มีดอกไม้ที่เตรียมไว้ อยู่ในมือเดินทำประทักษิณเวียนขวารอบอุโบสถ 3 รอบ จะมีผู้กั้นสัปทนให้นาคก็ได้ การทำประทักษิณให้เริ่มต้นจาก สีมาตรงกลางด้านหน้าอุโบสถ (เริ่มจากสีมาที่จะวันทา) ส่วนญาติๆ ถือบริขารพร้อมทั้งเครื่องไทยทานที่จัดเตรียมไว้ ตามความนิยมโดยทั่วไปบิดาจะสะพายบาตรถือตาลปัตร ส่วนชนนีถือพานแว่นฟ้าสำหรับใส่ผ้าไตรครองเดินตามหลัง นาค แถวถัดมาเป็นธูปเทียนแพ เครื่องไทยทานสำหรับพระอุปัชฌาย์และพระคู่สวด และเครื่องบริขารอย่างอื่นโดยลำดับ ในขณะเดินให้นาคสวดบทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ดังนี้ "อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะ สัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ ฯลฯ"

พิธีบวชพระในอุโบสถ
ประเพณีบวชพระ ช่วงพิธีกรรมในอุโบสถ

         เมื่อเดินครบ 3 รอบแล้ว นาคต้องวันทาสีมาหน้าอุโบสถก่อนเข้าไปในเขตสีมา นาควางดอกเครื่องสักการะไว้บน พานที่เตรียมไว้ บางแห่งให้จุดธูปเทียนด้วย แต่โดยมากนิยมให้ดอกไม้ธูปเทียนไว้บน พานหรืออุปกรณ์อย่างอื่นที่จัด เตรียมไว้ โดยมากไม่จุดธูปเทียน นาคกราบสีมา 3 หน แล้วยืนขึ้นขึ้นกล่าวคำวันทาสีมา จากนั้นให้นาคนั่งคุกเข่ากราบ 3 หน แล้วเข้าไปภายในอุโบสถ ในขณะเข้าประตูโบสถ์ไม่ ควรยกนาคข้ามธรณีประตู หรือยกขึ้นเพื่อเอามือแตะต้องคาน ประตู ตามที่นิยมปฏิบัติกันโดยขาดความเข้าใจ เพราะอาจพลัดตกลงมาแขนขาหักได้ ให้นาคย่ำเดินเข้าอุโบสถตามปกติ โดยบิดามารดาและญาติจะ แตะที่ตัวนาคตามเข้าไปก็ได้

         4. การบรรพชา (บวชสามเณร) เมื่อนาคได้เข้าไปในโบสถ์แล้ว นาคจะวันทาพระประธานอีกครั้งด้วยวิธีอย่างเดียว กันกับวันทาสีมา จากนั้นกลับไปดำรงตำแหน่ง ณ สถานที่ที่จัดเตรียมไว้สำหรับนาค บิดา มารดา (หรือญาติผู้ใหญ่)มอบ ผ้าไตรให้นาค นาคยอตัวกราบ 3 หน ยื่นแขนประณมมือรับผ้าไตร จากนั้นประณมมือประคับประคองผ้าไตรเข้าไปหา พระอุปัชฌาย์ เมื่อถึงแนวพระสงฆ์ให้คุกเข่าลงแล้วคลานเข่าเข้าไปให้ผ้า ไตรนั้นแก่ท่าน รับดอกไม้ ธูปเทียนแพเครื่อง สักการะ (มีผู้ส่งให้ข้างหลัง) ให้พระอุปัชฌาย์ กราบลง 3 หน พระอุปัชฌาย์มอบผ้าไตรคืนให้ ประณมมือประคองผ้าไตร อื้นคำ ขอบรรพชา นาคโน้มตัวเข้าไป ใกล้ๆ พระอุปัชฌาย์เพื่อคล้องผ้าอังสะให้ จากนั้นนั่งพับเพียบลงประณมมือ ตั้งมั่น ฟังโอวาทของพระอุปัชฌาย์

         5. การอุปสมบท (การบวชพระ) การบรรพชาบวชเป็นพระภิกษุนี้ มีข้อที่ควรทำความทราบ คือ ถึงแม้จะบวชเป็น พระภิกษุ แต่ก็ต้องขั้นต้นด้วยการบวชเป็นสามเณรก่อนทุกหน ผู้ที่จะบวชเป็นพระ ภิกษุต้องขอนิสัยจากพระอุปัชฌาย์ การจะอุปสมบทบวชเป็นพระภิกษุ บริขารต้องถ้วนทุกอย่างที่เรียกว่าบริขาร 8 จึงจะสามารถบวชได้ สามเณรสารภาพ บาตรจากบิดามารดาที่นำมาประเคนเดินด้วยเข่าเข้าไปหา พระอุปัชฌาย์ น้อมบาตรถวายท่าน กราบลง 3 หน แล้วยืนขึ้น อื้นคำขออุปสมบท

ขั้นตอนบวชพระในอุโบสถ
พิธีอุปสมบท (การบวชพระ)

         6. การซักซ้อมอันตริยกธรรม อันตริยกธรรม แปลว่า ธรรมที่เป็นน่ากลัวต่อการบวช การซักซ้อมอันตริยกธรรม หมายถึง การซักซ้อมสอบถามสิ่งที่เป็นข้อจำกัดสำหรับผู้ที่จะบวชเป็นพระภิกษุ เช่น ไม่เป็นโรคน่ารังเกียจ ไม่ทุพล ภาพจนช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ไม่มีหนี้สินติดตัว มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เป็นต้น การซักซ้อมอันตรายิกธรรมเป็น การทำความปรากฏชัดระหว่างพระคู่สวดกับผู้ที่ขอ บวชเป็นพระ ภิกษุว่า หากมีข้อห้ามเหล่านี้แล้วบวชเป็นภิกษุมิได้ ซึ่งผู้ขอบวชจะควรตอบคำถามเหล่านี้ตามความเป็นจริง ท่ามกลางสงฆ์ จากนั้น ฟังสวดญัตติจตุตถกรรมวาจาเพื่อยก สามเณรขึ้นเป็นพระภิกษุในพระพุทธ ศาสนา ถือว่าเป็นช่วงที่เอ้ที่สุด เสร็จแล้วกราบ 3 หน ประณมมือคลานเข่าถอย หลังออกไป พอพ้นพระสงฆ์แล้วลุกขึ้นไปยืนอยู่ที่เดิม ในกรณีที่พระอุปัชฌาย์ไม่บอกอนุศาสน์เอง ท่านจะมอบให้พระคู่ สวด เป็นผู้บอกอนุศาสน์ พระคู่สวดก้าวเดินตามไปยืนบนอาสนะสวดบอกอนุศาสน์ การสวดบอกอนุสาสน์ท่านจะบอก เป็นภาษาบาลีไว้ก่อนพระใหม่ฟังสวดอนุศาสน์ไปจนจบ เมื่อกลับถึงที่พักแล้ว พระอาจารย์ หรือพระพี่เลี้ยงจะบอกช่อง ทางรายละเอียดเกี่ยวกับอนุศาสน์อีกครั้ง

         อนุศาสน์ หมายถึง คำสั่งสอนหรือคำชี้แจงที่พระอุปัชฌาย์หรือพระกรรมวาจาจารย์บอกแก่พระภิกษุผู้บวชซ้ำหลัง จากบวชเสร็จ คล้ายเป็นบทปฐมนิเทศ ซึ่งมีข้อบังคับไว้ว่าจะต้องบอกอนุศาสน์แก่ภิกษุผู้ บวชใหม่ จะไม่บอกไม่ไหว เพราะเป็นเรื่องที่พระบวชใหม่ต้องรู้เป็นเบื้องต้นทั้งนี้ เพื่อมิให้ทำพลาดด้วยไม่รู้มาก่อน อนุศาสน์มีเนื้อความกล่าวถึง นิ สสัย (สิ่งที่พระภิกษุทำได้) และ อกรณียกิจ (สิ่งที่พระไม่ ควรทำ) คือ

         1. เที่ยวบิณฑบาต ชีวิตพระภิกษุในพระพุทธศาสนาไม่มีอาชีพอื่น เช่น ไม่มีอาชีพทำนา ทำไร่ ค้าขาย เป็นต้น แต่ ดำรงปากท้องอยู่ได้ด้วยการขออาหารจากชาวบ้าน ความหมายของคำว่า ภิกษุ นัยหนึ่งแปลว่าผู้ เห็นภายในวัฏสงสาร อีกนัยหนึ่งแปลว่า ผู้ขอโดยกิริยามิใช่โดยการออกปาก การบิณฑบาตจึงเป็นการฉลองชีพที่บริสุทธิ์สำหรับภิกษุ ตามวิถี ทางแห่งพระพุทธศาสนา

         2. นุ่งห่มผ้าบังสุกุล ผ้าบังสุกุล คือ ผ้าที่ภิกษุเก็บเศษส่วนผ้าท่อนเล็กท่อนน้อยซึ่งตกอยู่ตามพื้นที่ เปื้อนผุ่นไม่สะอาด ไม่สวยไม่งาม โดยที่สุดแม้ผ้าที่เขาใช้ห่อซากศพ ตกอยู่ตามป่าช้า ภิกษุเก็บมาเย็บปะต่อกัน เป็นผืน ซัก เย็บ ย้อมใช้เป็น จีวรสำหรับครอง ปัจจุบันภิกษุใช้ผ้าสำเร็จรูปที่ชาวบ้านมอบได้

         3. อยู่โคนต้นไม้ ชีวิตพระภิกษุในพระพุทธ ศาสนาต้องละวางบ้านเรือน ออกบวชเป็นผู้พ้นไปบ้านเรือน จึงต้อง อาศัยอยู่ตามร่มไม้ ป่าเขา เงื้อมผา เถื่อนถ้ำ ภายหลังมีผู้เลื่อมใสสร้างวัดมอบ ปัจจุบันจึงมี วัดวาอารามเป็นที่อยู่อยู่ สำหรับพระภิกษุ

         4. ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า ธรรมดาสังขารร่างกายเต็มไป ด้วยโรคภัย การจะไม่มีโรคนั้นเป็นไม่มี พระพุทธองค์ จึงยอมให้ให้พระภิกษุฉันสมอและมะขามป้อมดองด้วยน้ำปัสสาวะเป็นยารักษาโรค ได้ ตลอดเวลา เพื่อจะได้เป็นผู้มี โรคน้อย และมีกองพลในการบำเพ็ญกิจสงฆ์

ส่วนกิจที่พระภิกษุทำไม่ได้ เรียกว่า อกรณียกิจ มี 4 ข้อ ดังนี้

         1. เสพเมถุน พระภิกษุมีเซ็กซ์ไม่ว่ากับคนหรือสัตว์ ทั้งที่มีชีวิตหรือวายชีวิตแล้ว ขาดจากความเป็นพระภิกษุทันที
         2. ลักขโมย ภิกษุลักทรัพย์สมบัติมีราคาตั้งแต่ 5 มาสกขึ้นไป ต้องอาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระภิกษุทันที
         3. ฆ่ามนุษย์ ภิกษุแกล้งขีดฆ่ามนุษย์หรือใช้ผู้อื่นให้ฆ่า หรือทำอาวุธให้เขาด้วยเจตนาจะให้เขาฆ่าตัวตาย หรือ บังคับให้เขาแอ้มยาพิษ หรือกล่าวพรรณนาคุณของความตายเพื่อให้เขาฆ่าตัวตาย ทำคาถา อาคมฆ่าด้วยคุณไสย โดย ที่สุดแม้การทำแท้งและชี้ช่องวิธีการฆ่าด้วยอุบายต่าง ๆ ขาดจากความเป็นพระภิกษุ
         4. พูดอวดคุณวิเศษที่ตนเองไม่มี การพูดเป้อเย้อคุณวิเศษ หมายถึง คุณวิเศษที่เกิดจาการปฏิบัติธรรม เจริญสมาธิ วิปัสสนาจนได้ลุคุณวิเศษทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ ฌาน 4 คือ ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และจตุตถฌาน วิชชา 3 คือ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ การคิดถึงชาติได้ จตูปปาตญาณ ญาณกำหนดการเกิดการสิ้นใจของสรรพสัตว์ และอา สวักขยญาณ ญาณที่รู้การทำลายกิเลส เป็นต้น ที่ตนเอง ไม่มี ไม่ได้บรรลุ เพื่อต้องการให้คนอื่นนับถือเชื่อถือ โดยหวัง ลาภสักการะชื่อเสียงเกียรติยศ หรืออื่นใดก็ตาม ขาดจากความเป็นภิกษุ

         การบอกอนุศาสน์ พระอุปัชฌาย์จะเป็นผู้สั่งพระภิกษุใหม่ทันทีภายหลังจากบวชเสร็จสิ้นลงแล้ว เพื่อสอนให้รู้ถึง การดำเนินชีวิตอย่างพระภิกษุ และการรักษาไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในการเป็นพุทธบุตร อนุศาสน์ทั้ง 8 ข้อนี้ท่านจะสวด มนตร์เป็นภาษาบาลี สวดจบแต่ละข้อให้พระภิกษุใหม่รับ "อามะ ภันเต"

กรวดน้ำหลังจากพิธีบวชพระเสร็จ
การกรวดน้ำ หลังเสร็จพิธีการบวชพระ

7. การกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล

         1. ควรเตรียมน้ำงดงามใส่ภาชนะที่ง่ายแก่การหลั่งริน
         2. มือขวาใช้จับ มือซ้ายหนุนหลั่งน้ำ
         3. เมื่อพระสงฆ์เริ่มอนุโมทนาบท “ยะถา วาริวหา ปูรา” ให้โหมโรงกรวดน้ำ
         4. น้ำที่กรวดควรให้ไหลติดต่อกันไม่ขาดสายไม่หลั่งน้ำลงบนฝ่ามือหรือใช้นิ้วรองน้ำ
         5. ตั้งใจอุทิศส่วนบุญในใจไปจนจบหรือกล่าวคำอุทิศส่วนบุญว่า “อิทัง เม ญาตินัง โหตุ” ขอบุญกุศลนี้ จงเสร็จ สิ้นประโยชน์แก่ญาติทั้งหลายของ ข้าพเจ้าด้วยเถิด
6. เมื่อพระสวดถึงตอนที่ว่า “มะณิ โชติระโส ยะถา” ควรหลั่งน้ำที่มีอยู่ให้เรียบแล้วประนมมือรับพรจากพระ
         เมื่อเสร็จพิธีตามที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ เป็นอันแล้วไปพิธีบรรพชาและอุปสมบท พระพุทธศาสนาก็จักได้ศาสนทายาทเพิ่ม เพื่อมาลุ้นกันทำนุบำรุงให้พุทธศาสนาเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป อีกทั้งการมีโอกาสได้บวชพระ ดำรงเพศสมณะเป็นผู้ตั้งใจซัก ซ้อมอบรมตนเอง แม้อาจเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็สามารถแสวงหาแหล่งความสุขที่แท้จริง ศึกษาเรื่องราวความจริงของชีวิต เป้าหมายของการเกิดมาเป็นมนุษย์ ว่าเกิดมาทำไม ตายแล้วไป ไหน บาปบุญคุณโทษ นรกสวรรค์ ภพนี้ภพหน้าและ สังสารวัฏ ซึ่งเป็นพิทยาที่มีอยู่แต่ในพระพุทธศาสนาที่ทนทานต่อการพิสูจน์ แม้เวลาจะผ่านไปยาวนานแค่ไหน


บทความที่เกี่ยวข้อง



ดูเพิ่มเติมชุดกระเช้าของขวัญเนื่องในโอกาสสำคัญต่างๆ


ติดต่อสอบถามข้อมูล

ID : sattha.line